ภาษาไทย | English
พิมพ์
Creative City เมืองสร้างสรรค์   โดย มนฑิณี ยงวิกุล

ผู้ประกอบการสร้างสรรค์
(Creative Entrepreneur)
ไม่ได้หมายถึงผู้ประกอบการ
ด้านงานศิลปะหรืองานออก
แบบเพียงด้านเดียว แต่
หมายถึงผู้ประกอบการที่
สามารถรวบรวมองค์ความรู้
ทักษะ เทคโนโลยีและ
สุนทรียภาพจากวัฒนธรรม
และงานศิลปะ แล้วนำมา
แปรเป็นกระบวนการสร้าง
สรรค์ผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณค่า
และความแตกต่าง ซึ่งตอบ
สนองความต้องการของผู้
บริโภคในแต่ละกลุ่มได้

การสร้าผู้ประกอบ การที่มี
ความคิดสร้างสรรค์นั้น
สภาพแวดล้อมและกิจกรรม
สาธารณะเพื่อสร้างแรงบัน
ดาลใจและการเรียนรู้เป็น
องค์ ประกอบสำคััญที่ต้อง
ดำเนินควบคู่ไปกับการเรียนรู้
ในระบบการศึกษาปกติและ
การ ดำเนินนโยบายสนับ
สนุนในด้านต่างๆ ให้เอื้อ
ต่อกระบวนการสร้างนักคิด
และบ่มเพาะให้กลายเป็น
ผู้ประกอบการสร้างสรรค์เป็น
สิ่งที่รัฐบาลในหลายประเทศ
กำลังดำเนินการภายใต้นโย
บายที่เรียกว่า 'Creative City'

  ในปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้
เกือบทุกแห่งในโลกสามารถ
ผลิตสินค้าและบริการได้ทัด
เทียมกัน ความแตกต่างของ
สินค้าและบริการจึงต้องมา
จากการใช้ความรู้และความ-
คิดสร้างสรรค์ในการผสม
ผสานกระบวนการผลิตและ
เรื่องราวให้กลายเป็นผลิต
ภัณฑ์ที่มี ลักษณะเฉพาะ
และหลากหลาย เพื่อตอบ
สนองผู้บริโภคตั้งแต่ระดับ
ท้องถิ่นจนถึงระดับโลก

ผู้ประกอบการที่จะยืนหยัดใน
สภาพแวดล้อมใหม่ได้นั้นจึง
ไม่ใช่ผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพยากร
ธรรมชาติ แรงงานราคาถูก
หรือแหล่งเงินต้นทุนต่ำ แต่ต้อง
เป็นเจ้าของ 'ความคิดสร้างสรรค์'
ที่สามารถเปลี่ยนปัจจัยการผลิต
ไปสู่สินค้าและบริการที่สามารถ
เอาชนะคู่แข่งได้

ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของ
ประเทศไทยในอนาคตจึงไม่
แตกต่างจาก ประเทศอื่นที่อยู่
บนพื้นฐานของการสั่งสม 'คนที่มี
ความคิดสร้างสรรค์' (Creative
People)
หรือการเป็นเจ้าของ
สิทธิบนความคิดสร้างสรรค์
อันจะเป็นแหล่งสร้างงานและ
รายได้ไม่รู้จบ

ประเทศไทยจึงต้องดำเนิน
นโยบายขับเคลื่อนไปสู่
ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์
(creative Economy) หรือ
ระบบเศรษฐกิจที่มีผู้ประกอบ
การสร้างสรรค์เป็นกลไกใน
การขับเคลื่อน ซึ่งจะก่อให้
เกิดการจ้างงานและขยาย
ฐานรายได้ภาษีให้กับรัฐ
เพื่อให้ประเทศไทยยังรักษา
ฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ได้อย่างยังยืน

 

เมืองสร้างสรรค์ คืออะไร?  

นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบ
หลักอื่นๆ อีกที่ก่อให้เกิด
เมืองสร้างสรรค์

สถานที่ที่เปิดโอกาสให้มี
การเรียนรู้
รวมถึงสิ่งอำนวย
ความสะดวกที่เอื้อให้เกิด
กระบวนการใช้ความคิดสร้าง
สรรค์และ นวัตกรรมในการ
พัฒนาผลิตภัณฑ์และการ
ประกอบธุรกิจทั้งสถานที่ใน
เมืองและผ่าน เครือข่ายเชื่อง
โยงทั่วโลก

สภาพแวดล้อมที่ดึงดูดให้
ผู้ประกอบการ
สร้างสรรค์
และนักคิดจากแหล่งต่างๆ
มาแสวงหาแรงบันดาลใจใน
การคิดและพัฒนาผลงาน
รวมทั้งอยู่อาศัยและประกอบ
ธุรกิจ

วิสัยทัศน์ผู้นำของเมืองและ
ประเทศที่เข้าใจกระบวนการ
สร้างเมืองให้มีสภาพแวด
ล้อม ที่เอื้อให้เกิดความคิด
สร้างสรรค์์ การประกอบธุรกิจ
และการอยู่อาศัย รวมถึงการ
ส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น
เป็นฐานของการสร้างแรงบัน
ดาลใจและความคิดสร้าง
สรรค์

ดังนั้นแนวทางของการพัฒนา
เมืองสร้างสรรค์จึงต้อง
ประกอบด้วยนโยบายและ
แผนการลงทุนของภาครัฐใน
หลายด้าน ตั้งแต่การลงทุน
ในสาธานูปโภคในโครงสร้าง
พื้นฐานและการเรียนรู้ การ
ปรับปรุงกฎระเบียบ และการ
สนับสนุนด้านการเงินให้เอื้อ
ต่อการประกอบธุรกิจและอยู่
อาศัยของผู้ ประกอบการ
สร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังรวม
ถึงการจัดกิจกรรมระดับเมือง
และระดับชาติที่หลากหลาย
เพื่อ สะท้อนเอกลักษณ์และ
ภาพลักษณ์ของเมืองอย่าง
สร้างสรรค์

ในกลุ่มประเทศพัฒนา
แล้วอย่างเช่น สหภาพ
ยุโรป สหรัฐอเมริกา
อุตสาหกรรมสร้างสรรค์
เป็นกลไกสำคัญที่ถูก
ใช้ในการขับเคลื่อน
เศรษฐกิจของ ประเทศ
และกลุ่มอุตสาหกรรม
ที่มีอัตราการเติบโตเร็ว
ที่สุด ซึ่งความสำเร็จ
ของเศรษฐกิสร้างสรรค์
ในประเทศต่างๆนั้นมา
จากปัจจัยเกื้อหนุน
หลายส่วนโดยส่วนที
สำคัญที่สุด คือ สภาพ
แวดล้อมและองค์ประ
กอบของ 'เมือง' ที่เอื้อ
ต่อการทำงานในเชิง
สร้างสรรค์ การมีปฏิสัม
พันธ์และการจัดหา
พื้นที่เพื่อการแสดงออก
ของกลุ่มคนทำงาน
สร้างสรรค์
'เมือง'ที่มีความพร้อมสำหรับ
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ
'เมืองสร้างสรรค์' (Creative
City)
ตามนิยามที่ 'อังค์ถัด'
หรือ 'การประชุมสหประชา
ชาติว่าด้วยการค้าและพัฒนา'
(UNCTAD - United Nations
Conference on Trade and
Development) ให้ไว้ใน
Creative Economy Report
(2008) หมายถึง เมืองที่มี
กิจกรรมทางวัฒนธรรมที่
หลากหลายเป็นส่วนสำคัญ
ของเศรษฐกิจและสังคมของ
เมืองนั้นๆ และต้องประกอบ
ไปด้วยรากฐานที่ มั่นคงทาง
สังคมและวัฒนธรรม มีการ
รวมกลุ่มกันอย่างหนาแน่น
ของคนทำงานสร้างสรรค์และ
มีสภาพแวดล้อมที่ดึงดูดการ
ลงทุนเพราะความยั่งยืนของ
สถานที่ในเชิงวัฒนธรรม

ชาร์ลส์ แลนดรีย์ ผู้เชี่ยวชาญ
ด้านการวางแผนการประยุกต์
ใช้วัฒนธรรมเพื่อการฟื้นฟู
เมืองและผู้เขียนหนังสือ The
Creative City ได้กล่าวไว้ว่า
คนและวัฒนธรรมท้องถิ่นมีส่วน
สำคัญที่ทำให้เมืองเป็นพื้นที่
ของความคิดสร้างสรรค์และ
ทำให้เกิดพลวัตขึ้นในสังคม
เมือง ดังนั้นความเป็นท้องถิ่น
ที่สื่อสารออกมาทางศิลปะใน
รูปแบบต่างๆ และกิจกรรมทาง
วัฒนธรรมซึ่งถือเป็นทรัพยากร
สร้างสรรค์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบ
สำคัญที่ทำให้ความเป็นเมือง
สร้างสรรค์ของแต่ละท้องถิ่นมี
เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่าง
กันไป

ริชาร์ด ฟลอริดา ผู้ให้นิยามกลุ่ม
มวลชนสร้างสรรค์ (Creative
Class) กล่าวได้ว่า กลุ่มมวลชน
สร้างสรรค์ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เป็น
กลไกสำคัญในการขับเคลื่อน
เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีความ
สำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลดัง
กล่าว 'เมือง' ต่างๆจึงต้องแข่ง
ขันกันเพื่อดึงดูด รักษาและ
สร้างกลุ่มมวลชนสร้า้งสรรค์
ด้วยการพัฒนาสภาพแวดล้อม
เมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้น
ฐานและกลไกทางธุรกิจที่เอื้อ
ต่อการลงทุนและพัฒนา ธุรกิจ
สร้างสรรค์ และให้ความสำคัญ
กับส่วนที่สำคัญที่สุดคือ การรัก
ษาวัฒนธรรมท้องถิ่นและวาง
แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อ
ให้เมืองมี ความพร้อมในเชิง
เอกลักษณ์และบรรยากาศทาง
วัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย
ควบคู่ไป กับการพัฒนาเมือง
ด้านกายภาพ

กล่าวโดยสรุป เมืองสร้าง
สรรค์จึงไม่ใช่เรื่องของการ
ปรับปรุงภูมิทัศน์หรือการ
พัฒนาเมืองใน เชิงท่อง
เที่ยวเพียงด้านเดียว แต่เป็น
เมืองที่มีพื้นที่และสภาพแวด
ล้อมที่เอื้อให้เกิดกิจกรรม
ทางเศรษฐกิจจากความคิด
สร้างสรรค์และเป็นแหล่งรวม
นักคิดและผู้ประกอบการ
สร้างสรรค์จากทั้งในและต่าง
ประเทศที่มาประกอบกิจการ
และก่อให้เกิดการจ้างงาน
สร้างรายได้ และเพิ่มศักย
ภาพในการแข่งขันให้กับ
เศรษฐกิจของเมืองและ
ประเทศ

เพราะองค์ประกอบหลักของ
เมืองสร้างสรรค์คือ เหล่าผู้
ประกอบการสร้างสรรค์หรือ
นักคิดที่เปรียบเหมือนสิน
ทรัพย์สำคัญของ เมืองที่
สามารถเคลื่องที่ไปได้ทั่ว
โลกที่แสวงหาสถาที่ที่เหมาะ
สมสำหรับการอยู่อาศัยและ
ประกอบธุรกิจสร้างสรรค์

พิมพ์