ภาษาไทย | English
พิมพ์

Donate like Investing.

โดย ธนภณ เศรษฐบุตร (@thanapons)

Share

 


พูดถึงการบริจาคเงินเพื่อการกุศลแล้ว หลายๆ คนคงพยายามมองหาหน่วยงานที่ตนสามารถมั่นใจได้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ของตนที่ถูกบริจาคไปนั้นจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาสังคมโดยตรงอย่างคุ้มค่าที่สุด ถ้ามองอย่างผิวเผิน การคิดเช่นนี้ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ผิดอะไร และเป็นสิ่งที่องค์กรเพื่อสังคมทั้งหลายพึงปฏิบัติ อย่างไรก็ดีในความเป็นจริงนั้น ทัศนคติเช่นนี้กลับเป็นการกดดันองค์กรเพื่อสังคมหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทั้งหลาย ในการลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาองค์กรของตน ซึ่งส่งผลให้องค์กรพัฒนาสังคมหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทั้งหลายนั้นไม่มีงบประมาณในการพัฒนาศักยภาพขององค์กรหรือบุคลากร

ในขณะเดียวกัน การทุ่มเงินจำนวนมหาศาลในการซื้อตัวผู้บริหารหรือรักษาพนักงานที่มีความสามารถให้อยู่กับองค์กร การฝึกอบรมพนักงาน หรือแม้กระทั่งการลงทุนในระบบอุปกรณ์ต่างๆ เช่นคอมพิวเตอร์ ระบบไอที กลับเป็นเรื่องที่ไม่แปลกประหลาดอะไรสำหรับบริษัทเอกชนทั่วไป (ในบางกรณีอาจจะเป็นสิ่งที่ผู้ถือหุ้นสนับสนุนให้มีเสียด้วยซ้ำ) การลงทุนอย่างมหาศาลในระบบพื้นฐานและทรัพยากรบุคคลเพื่อขยายงานหรือพัฒนาให้องค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นเรื่องที่มีการปฏิบัติกันทั่วไปในภาคธุรกิจ แต่ที่น่าสนใจคือสิ่งเหล่านี้กลับไม่ได้รับการสนใจ หรืออาจจะเรียกได้ว่าไม่ได้รับการยอมรับในวงการงานภาคสังคม ผู้บริจาคส่วนใหญ่นั้นมักจะมองว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ลงไปนั้นจะต้องลงไปสู่โครงการพัฒนาสังคมโดยตรง เป็นสาเหตุให้องค์กรพัฒนาสังคมทั้งหลายต่างประสบปัญหาในการหาเงินทุนในการพัฒนาบุคลากรขององค์กรหรือแม้กระทั่งการพัฒนาระบบพื้นฐานขององค์กร ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสาเหตุให้หลายๆ องค์กรต้องพยายามตัดงบประมาณที่จะถูกลงทุนไปในการพัฒนาศักยภาพให้ต่ำเท่าที่จะต่ำได้ หรือแม้ในบางครั้งผู้ให้ทุนเองก็เป็นผู้ที่ขอให้องค์กรลดงบประมาณในส่วนของการจ้างบุคลากรหรือการลดค่าบริหารส่วนกลางที่ถือเป็นรายได้ขององค์กรเองด้วยซ้ำไป เป็นสาเหตุให้ปัจจุบันงบประมาณในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลหรือระบบพื้นฐานขององค์กรเพื่อสังคมส่วนใหญ่นั้นมาจากการเงินส่วนต่างที่ได้จากการบริหารจัดการโครงการ ซึ่งก็เป็นจำนวนที่ไม่มากนัก ในหลายๆ กรณีองค์กรเพื่อสังคมต้องรายงานค่าใช้จ่ายให้ไม่ตรงกับความเป็นจริงเพื่อที่จะได้มีส่วนต่างมาหล่อเลี้ยงองค์กร!


photo: Jason Tester

สถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ได้ก่อให้เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า "ควรหรือไม่ที่เราจะเริ่มมองการบริจาคให้เหมือนกับการลงทุน?” หันมาให้ความสำคัญกับการที่องค์กรเพื่อสังคมทั้งหลายลงทุนในเทคโนโลยี บุคลากร หรือส่วนอื่นๆ ขององค์กรที่จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมือนกับที่บริษัทภาคธุรกิจเองก็ต้องมีการพัฒนาศักยภาพของตัวองค์กรอยู่อย่างสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน หากไม่ทำเช่นนั้นแล้วการทำงานในภาคสังคมเองก็จะยังขาดประสิทธิภาพ ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถนำมาใช้ในการทำงาน หรือขาดความสามารถในการรักษาทีมงานที่มีคุณภาพให้อยู่กับองค์กรไว้ได้ในระยะยาว เนื่องจากไม่ตัวองค์กรไม่สามารถให้ผลตอบแทนหรือเงินเดือนในระดับที่บุคคลเหล่านั้นจะสามารถรับได้ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ต้องพูดถึงการจ้างบุคลากรที่มีความสามารถหรือลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทั้งหลายแทบจะไม่มีเงินทุนสำรองเพื่อไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเสียด้วยซ้ำ จากรายงาน "2011 Nonprofit Sector Survey” จัดทำโดย Nonprofit Finance Fund พบว่า 60% ขอองค์กรไม่แสวงหากำไรมีเงินทุนสำรองเก็บไว้สำหรับใช้ได้ไม่ถึง 4 เดือน และ28% มีเงินทุนสำรองไว้ใช้ได้ไม่ถึง 1 เดือน

อย่างไรก็ดีปัจจุบันหน่วยงานผู้ให้ทุนบางองค์กรในต่างประเทศก็ได้เริ่มเห็นความสำคัญของการลงทุนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรผู้รับทุนมากขึ้น เช่น Edna McConnell Clark Foundation, the David and Lucile Packard Foundation, และ The William and Flora Hewlett Foundation องค์กรเหล่านี้ได้ริเริ่มนโยบายในการให้ทุนสนับสนุนหน่วยงานที่รับทุนของตนในการสร้างเสริมศักยภาพ ด้วยความเชื่อที่ว่าการสร้างเสริมศักยภาพขององค์กรจะช่วยให้องค์กรนั้นๆ บรรลุเป้าหมายทางสังคมของแต่ละองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วันนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะลบล้างภาพของการสนับสนุนในแบบเดิมๆ ที่มุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนรายโครงการ และหันมามองการสนับสนุนที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างศักยภาพของคนหรือองค์กรมากขึ้น ถึงแม้การพยายามจัดสรรทุนทรัพย์ให้ลงไปสู่โครงการพัฒนาสังคมหรือกลุ่มคนด้อยโอกาสให้มากที่สุดจะเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่างไรก็ดี ผู้เขียนมองว่าการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและองค์กรนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เราจะมั่นใจได้เช่นไรว่าโครงการที่เราบริจาคเงินไปเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทาสังคมนั้นถูกดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ถ้าไม่มีทีมงาน อุปกรณ์ หรือเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการดำเนินงาน เงินบริจาคทั้งหลายจะถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ไขปัญหาสังคมหรือพัฒนาสังคมได้อย่างไร ถ้าบุคลากรหรือองค์กรซึ่งเป็นเสมือนเครื่องมือในการขับเคลื่อนสิ่งเหล่านั้นยังไม่ถูกพัฒนาให้มีศักยภาพสูงสุด

References
http://www.fastcoexist.com/1679099/its-time-to-start-judging-nonprofits-like-for-profits
http://www.socialvelocity.net/2011/05/a-financial-taboo-nonprofits-must-get-over/

http://www.givesmart.org/grantees/The-Donor-Grantee-Trap.aspx
 


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login เข้าระบบก่อน

บทความที่เกี่ยวข้อง

Redesign a City: ออกแบบ “เมือง” ใหม่ (ตอนที่ 2)

Redesign a City: ออกแบบ “เมือง” ใหม่ (ตอนที่ 2)

โดย Creative Thailand

  • อ่านต่อ
  • 0
  • อ่าน267
Redesign a City: ออกแบบ “เมือง” ใหม่ (ตอนที่ 1)

Redesign a City: ออกแบบ “เมือง” ใหม่ (ตอนที่ 1)

โดย Creative Thailand

  • อ่านต่อ
  • 0
  • อ่าน936
ป้ายใจดี ที่ไม่ดีแต่พูด

ป้ายใจดี ที่ไม่ดีแต่พูด

โดย Creative Thailand

  • อ่านต่อ
  • 0
  • อ่าน1175
ที่จอดอัจฉริยะเพื่อนักปั่นรักษ์โลก

ที่จอดอัจฉริยะเพื่อนักปั่นรักษ์โลก

โดย Creative Thailand

  • อ่านต่อ
  • 0
  • อ่าน2732
อาหาร...ที่ไม่ตกถึงท้อง

อาหาร...ที่ไม่ตกถึงท้อง

โดย Creative Thailand

  • อ่านต่อ
  • 0
  • อ่าน2400