WEF เพิ่งประกาศผลการจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันสำหรับปี 2009-2010 โดยประเทศไทยตกจากอันดับที่ 34 ไปสูอันดับที่ 36 (อ่านรายงาน The Global Competitiveness Report 2009-2010)
IMD Scoreboard 2009 จากการจัดอันดับโดยประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 26 (ขึ้นจาก 27) (เพิ่มจาก 33 ในปี 2007, ดูตาราง The World Competitiveness Scoreboard 2008)
อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ได้สร้างให้เกิดการจ้างงานทั่วโลกมากขึ้น ด้วยอัตราการเติบโตมากกว่าอุตสาหกรรมอื่นถึง 50% โดยมีสัดส่วนการจ้างงาน 5.8% ในสหรัฐอเมริกาและ 9% ในสหราชอาณาจักร
ในประเทศจีน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์มีอัตราการเติบโต 17.6% ระหว่างปี 2000-2005 โดยมีตัวเลขการส่งออกถึง 61 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 18% ของทั้งโลก
สำหรับประเทศพัฒนาแล้ว อุตสาหกรรมสร้างสรรค์มีอัตราการเติบโตอยู่ระหว่าง 5-20% ต่อปี โดยในสหภาพยุโรป อุตสาหกรรมดังกล่าวมีอัตราการเติบโตมากกว่าอุตสาหกรรมทั้งระบบถึง 12.3% ระหว่างปี 1999-2003
ระหว่างปี 2001-2005 ตัวเลขการส่งออกของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั่วโลกมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงกว่า 8.7%
อุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ (Copyright Industry)ในสหรัฐอเมริกามีมูลค่าถึง 12.5 ล้านล้านเหรียญ สหรัฐในปี 2006 หรือคิดเป็น 11.12% ของจีดีพีรวมทั้งประเทศ
UNCTAD ได้ให้นิยาม ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไว้ว่า วงจรของการสร้างสรรค์ การผลิต และการจำหน่ายสินค้าและ บริการที่มีปัจจัยหลักคือ ความคิดสร้างสรรค์ และทุนทางปัญญา (intellectual capital)
ในปี 2005 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทั่วโลกมีมูลค่าการส่งออกถึง 424.4 พันล้าน เหรียญสหรัฐ (3.4% ของมูลค่าการค้ารวมของโลก) โดยมีสัดส่วนตัวเลขจาก สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และจีน รวมกันคิดเป็น 40%
- 1
- 2
